ข้ามไปยังเนื้อหา

ความรู้กฎหมาย

พินัยกรรมกับการบริหารจัดการครอบครัวและทรัพย์สิน

2 ยอดเข้าชม
พินัยกรรมกับการบริหารจัดการครอบครัวและทรัพย์สิน — รูปประกอบ 1

ไม่ได้จะแช่งใครนะครับ แต่อยากชวนคิดสักนิดว่า ถ้าพรุ่งนี้เกิดอะไรขึ้นกับตัวเองแบบไม่ทันตั้งตัว ทรัพย์สินและคนที่เรารักจะเป็นยังไงต่อ คำตอบของคำถามนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราอยากให้เป็นเลยสักนิด แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้แทนล้วนๆ เพราะถ้าไม่มีพินัยกรรม กฎหมายจะเข้ามาตัดสินใจแทนเราทุกเรื่อง โดยไม่สนใจว่าจริงๆ แล้วเราอยากให้เป็นแบบไหน

หลายคนคิดว่าเรื่องพินัยกรรมเป็นเรื่องของคนแก่หรือคนรวยเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยิ่งมีคนที่ต้องดูแลหรือมีทรัพย์สินที่ซับซ้อนขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งจำเป็นต้องมีพินัยกรรมมากขึ้นเท่านั้น ลองมาดูกันว่าถ้าไม่มีพินัยกรรมจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

  1. ทรัพย์สินจะแบ่งตามลำดับทายาทที่กฎหมายกำหนดไว้ตายตัว โดยไม่สนใจความสัมพันธ์จริงในชีวิตเลยแม้แต่น้อย ต่อให้มีลูกคนหนึ่งที่ดูแลเราจนวันสุดท้าย กับอีกคนที่หายหน้าไปนานแล้ว กฎหมายก็ยังให้ทั้งสองคนได้ส่วนแบ่งเท่ากันอยู่ดี ไม่มีช่องทางให้แสดงความกตัญญูหรือความผูกพันพิเศษใดๆ ได้เลยนอกจากทำพินัยกรรมเท่านั้น
  2. คู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมานานแต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสจะไม่มีสิทธิตามกฎหมายในทรัพย์สินของอีกฝ่ายเลยแม้แต่บาทเดียว ไม่ว่าจะช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยกันนานแค่ไหนก็ตาม จุดนี้เป็นจุดที่คนพลาดกันบ่อยที่สุดและมักรู้ตัวตอนที่สายไปแล้ว
  3. ถ้ามีลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ กฎหมายไม่ได้ให้เราเลือกเองว่าใครจะเป็นผู้ปกครองดูแลลูกต่อ หรือใครจะเป็นคนจัดการทรัพย์สินที่ลูกจะได้รับจนกว่าลูกจะโตพอดูแลตัวเองได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1586 เปิดช่องให้พ่อหรือแม่ที่เสียชีวิตทีหลังระบุชื่อผู้ปกครองบุตรไว้ในพินัยกรรมได้โดยตรง และมาตรา 1686 ถึง 1692 ยังเปิดช่องให้ตั้งผู้ปกครองทรัพย์สินของบุตรแยกต่างหากได้อีกด้วย ถ้าไม่มีพินัยกรรมระบุไว้ ญาติหลายฝ่ายอาจต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลแย่งกันเป็นผู้ปกครองแทน ซึ่งไม่ใช่สถานการณ์ที่อยากให้เด็กคนหนึ่งต้องเผชิญเลยในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุดของชีวิต
  4. สำหรับใครที่เป็นเจ้าของธุรกิจหรือถือหุ้นบริษัท หุ้นเหล่านั้นจะถูกแบ่งกระจายไปตามลำดับทายาทเหมือนทรัพย์สินอื่นทั่วไป ทั้งที่ทายาทบางคนอาจไม่มีความรู้หรือความสนใจในการทำธุรกิจเลยแม้แต่น้อย ผลที่ตามมาคือหุ้นกระจัดกระจายไปอยู่ในมือคนที่ไม่มีทิศทางเดียวกัน การตัดสินใจสำคัญของบริษัทติดขัด และธุรกิจที่สร้างมาทั้งชีวิตอาจสะดุดหรือพังลงได้ในช่วงเวลาที่ควรจะเดินหน้าต่อมากที่สุด พินัยกรรมช่วยให้กำหนดได้ว่าหุ้นควรตกไปอยู่กับใคร หรือจะวางโครงสร้างอย่างไรให้ธุรกิจเดินต่อได้อย่างราบรื่น
  5. คนข้างหลังจะต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอตั้งผู้จัดการมรดกก่อน ถึงจะมีอำนาจตามกฎหมายไปจัดการเรื่องบัญชีธนาคารหรือโอนทรัพย์สินได้จริง ขั้นตอนนี้ใช้เวลาและมักกลายเป็นจุดที่ญาติขัดแย้งกันมากที่สุดว่าใครควรเป็นผู้จัดการมรดก พินัยกรรมที่ระบุชื่อผู้จัดการมรดกไว้ล่วงหน้าตัดปัญหานี้ไปได้เกือบทั้งหมด

เห็นได้ชัดว่าพินัยกรรมไม่ใช่แค่เอกสารบอกว่าใครได้อะไร แต่เป็นเครื่องมือที่ให้อำนาจเราควบคุมสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคนที่เรารักและสิ่งที่เราสร้างมาทั้งชีวิต ไม่ปล่อยให้กฎหมายมาตัดสินใจแทนทั้งหมด กฎหมายไทยเปิดให้ทำพินัยกรรมได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่แบบเขียนเองทั้งฉบับด้วยลายมือตัวเองไปจนถึงแบบที่มีพยานรับรอง เลือกใช้แบบไหนก็ได้ตามความสะดวก ขอแค่ทำให้ถูกต้องตามแบบที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น เพราะถ้าทำผิดแบบแม้เพียงจุดเดียว พินัยกรรมทั้งฉบับอาจตกเป็นโมฆะทันที ดังนั้นจุดที่สำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การตัดสินใจทำ แต่คือการทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นด้วย

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ต้องรอให้แก่หรือป่วยก่อนถึงจะคิดถึง ยิ่งวางแผนไว้เร็วเท่าไหร่ ยิ่งมั่นใจได้มากเท่านั้นว่าคนที่เรารักและสิ่งที่เราสร้างมาจะได้รับการดูแลตามที่เราต้องการจริงๆ ไม่ใช่ตามที่กฎหมายกำหนดไว้แทนเรา

ใครอ่านแล้วรู้สึกว่าถึงเวลาต้องเริ่มคิดเรื่องนี้จริงจังแล้ว ลองแท็กคนที่ควรคุยเรื่องนี้ด้วยกันมาอ่านได้เลยครับ หรือมีคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์เฉพาะของตัวเอง ทิ้งคำถามไว้ในคอมเมนต์ได้เลย ยินดีเข้ามาช่วยตอบให้

ติดต่อสำนักงาน

ต้องการคุยรายละเอียดเรื่องนี้กับทนายหรือไม่

ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักให้สำนักงานตรวจเบื้องต้น แล้วเราจะช่วยอธิบายขั้นตอนถัดไปที่เหมาะกับเรื่องของคุณ

แชร์

LINEGmail
กลับขึ้นด้านบน ↑

ภาพ 1 / 1