ข้ามไปยังเนื้อหา

การลงทุนของชาวต่างชาติ

BOI กับ Free Zone ต่างกันอย่างไร และใช้ร่วมกันได้หรือไม่

13 ยอดเข้าชม

โรงงานที่ได้รับ BOI ไม่ได้มีสถานะเป็น Free Zone และการอยู่ใน Free Zone ก็ไม่ได้ทำให้ได้รับสิทธิ BOI ทั้งสองระบบมีฐานกฎหมายและวิธีใช้สิทธิต่างกัน แต่สามารถเชื่อมต่อกันใน supply chain เดียวกันได้

BOI กับ Free Zone ต่างกันอย่างไร และใช้ร่วมกันได้หรือไม่

บริษัทที่กำลังตั้งโรงงานในประเทศไทยมักเจอ BOI กับ Free Zone อยู่ในแผนลงทุนเดียวกัน โดยเฉพาะโครงการที่ต้องนำเข้าเครื่องจักรและวัตถุดิบ ผลิตสินค้าในไทย แล้วส่งออกไปต่างประเทศ

สองระบบนี้มีสิทธิประโยชน์บางส่วนที่ดูคล้ายกัน แต่ไม่ได้ใช้แทนกัน

BOI ให้สิทธิแก่โครงการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริม ส่วน Free Zone ให้สิทธิทางศุลกากรแก่ของที่อยู่ภายใต้ระบบเขตปลอดอากร โรงงานหนึ่งแห่งจึงเกี่ยวข้องกับทั้งสองระบบได้ แต่ต้องแยกให้ชัดว่าเครื่องจักร วัตถุดิบ หรือสินค้ารายการใดอยู่ภายใต้สิทธิใด และการเคลื่อนย้ายของแต่ละครั้งใช้พิธีการประเภทใด

BOI ดำเนินการภายใต้พระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และหลักเกณฑ์ของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ขณะที่เขตปลอดอากร (Free Zone) อยู่ภายใต้กฎหมายศุลกากรและการกำกับของกรมศุลกากร

BOI ให้สิทธิกับ “โครงการลงทุน”

การขอ BOI เริ่มจากกิจการที่จะดำเนินการ บริษัทต้องระบุว่าลงทุนทำอะไร ใช้เทคโนโลยีหรือกระบวนการผลิตแบบใด มีเงินลงทุน เครื่องจักร กำลังการผลิต และองค์ประกอบของโครงการอย่างไร จากนั้นจึงพิจารณาว่ากิจการดังกล่าวอยู่ในประเภทที่ BOI เปิดให้การส่งเสริมหรือไม่

เมื่อโครงการได้รับการส่งเสริม บริษัทใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริมและเงื่อนไขของโครงการนั้น

สิทธิทางภาษีของ BOI มีทั้งการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการที่ได้รับสิทธิดังกล่าว การยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และการยกเว้นอากรสำหรับวัตถุดิบหรือวัสดุจำเป็นที่ใช้ผลิตเพื่อส่งออก ส่วนระยะเวลาและขอบเขตสิทธิแตกต่างกันตามประเภทกิจการและมาตรการที่ใช้

นอกจากนี้ BOI ยังมีสิทธิที่ไม่ใช่ภาษี เช่น สิทธิเกี่ยวกับการนำผู้เชี่ยวชาญและช่างฝีมือต่างชาติเข้ามาทำงาน สิทธิถือครองที่ดินในกรณีที่กฎหมายกำหนด และสิทธิอื่นตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน

โรงงานที่ได้ BOI จึงไม่ได้รับสิทธิเพราะตั้งอยู่ใน “เขตพิเศษ” แต่ได้รับสิทธิเพราะมี โครงการที่ผ่านการส่งเสริม

บริษัทเดียวกันมีทั้งกิจการ BOI และกิจการที่ไม่ได้รับ BOI ได้ การใช้สิทธิภาษีเงินได้นิติบุคคลก็ต้องแยกกำไรของกิจการที่ได้รับการส่งเสริมออกจากกิจการอื่น BOI เองกำหนดเรื่องนี้ไว้ในการใช้สิทธิหลังได้รับการส่งเสริม

Free Zone ให้สิทธิกับ “ของที่อยู่ในเขต”

Free Zone ใช้โครงสร้างคนละแบบ

กรมศุลกากรนิยามเขตปลอดอากรว่าเป็นพื้นที่ที่กำหนดไว้เพื่อประโยชน์ทางอากรศุลกากร สำหรับการประกอบอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจ ผู้จัดตั้งเขตและผู้ประกอบกิจการในเขตต้องได้รับอนุญาตตามระบบของกรมศุลกากร

เมื่อของจากต่างประเทศถูกนำเข้า Free Zone สิทธิทางอากรของของนั้นพิจารณาตามกฎหมายและเงื่อนไขของเขตปลอดอากร เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ และของที่ใช้ในการประกอบกิจการภายในเขต รวมถึงของที่นำเข้าไปใช้ในการประกอบอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

ระบบ Free Zone จึงติดตาม “ของ” อย่างต่อเนื่อง

ของเข้ามาจากไหน อยู่ในเขตใด ใช้ทำอะไร ผลิตเป็นสินค้าอะไร โอนไปให้ใคร ส่งออกไปต่างประเทศ หรือนำออกจากเขตเข้าสู่ประเทศไทย

ทุกช่วงของเส้นทางนี้สัมพันธ์กับสถานะทางศุลกากรของสินค้า

นี่เป็นเหตุผลที่บริษัทซึ่งทำธุรกิจผลิตเพื่อส่งออก ศูนย์กระจายสินค้า หรือธุรกิจที่มีการรับและโอนสินค้าหลายทอดให้ความสำคัญกับ Free Zone แม้ว่าบริษัทนั้นจะได้รับ BOI อยู่แล้วก็ตาม

BOI กับ Free Zone ต่างกันอย่างไร

เรื่องBOIFree Zone
กฎหมายหลักพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 และประกาศ BOIพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และกฎหมายลำดับรอง
หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนกรมศุลกากร
สิทธิผูกกับโครงการและกิจการที่ได้รับการส่งเสริมของและกิจกรรมภายในเขตปลอดอากร
ภาษีเงินได้นิติบุคคลมีสิทธิเมื่อบัตรส่งเสริมและประเภทกิจการกำหนดการอยู่ใน Free Zone ไม่ทำให้เกิดสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบ BOI
เครื่องจักรใช้สิทธิตามบัตรส่งเสริมและเงื่อนไข BOIใช้สิทธิตามกฎหมาย Free Zone
วัตถุดิบมีระบบสิทธิสำหรับวัตถุดิบตามเงื่อนไขของโครงการใช้ระบบของและสินค้าคงคลังภายใต้ Free Zone
การเคลื่อนย้ายสินค้าต้องสัมพันธ์กับเงื่อนไขการใช้สิทธิของโครงการใช้พิธีการศุลกากรสำหรับการนำเข้า โอน และนำของออกจากเขต
การกำกับหลังได้รับสิทธิเงื่อนไขโครงการ การใช้สิทธิ รายงาน และการเปิดดำเนินการใบอนุญาต พื้นที่ ระบบบัญชีสินค้า และพิธีการศุลกากร

สิทธิเรื่องอากรที่ปรากฏอยู่ในทั้งสองคอลัมน์ไม่ได้ทำให้ BOI กับ Free Zone เป็นระบบเดียวกัน

เครื่องจักรที่นำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI ต้องดำเนินการในฐานะเครื่องจักรของโครงการ BOI ส่วนของที่นำเข้า Free Zone ใช้ฐานสิทธิตามกฎหมาย Free Zone การนำชื่อสิทธิสองระบบมาวางทับกันไม่ได้ทำให้บริษัทเลือกใช้ฐานใดก็ได้ภายหลัง

ได้ BOI แล้ว ยังเข้า Free Zone ได้หรือไม่

ได้

ตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตชิ้นส่วนได้รับ BOI สำหรับโรงงานในประเทศไทย และขายชิ้นส่วนบางส่วนให้โรงงานอีกแห่งที่ประกอบกิจการอยู่ใน Free Zone

บริษัทผู้ผลิตใช้สิทธิ BOI สำหรับโครงการของตน ส่วนผู้ซื้อรับสินค้าเข้าสู่ระบบ Free Zone ตามพิธีการที่ใช้กับการรับโอนของ

กรมศุลกากรมีพิธีการรองรับการเคลื่อนย้ายของระหว่าง Free Zone กับผู้ใช้สิทธิประเภทอื่น รวมถึงของที่ได้รับการส่งเสริม BOI อยู่แล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่ต้องเลือกระบบใดระบบหนึ่งแล้วตัดอีกระบบออกจาก supply chain

ภาพทางธุรกิจของธุรกรรมดังกล่าวเป็นดังนี้

โรงงาน BOI → ส่งสินค้า → Free Zone → ประกอบ/เก็บ/ดำเนินการต่อ → ส่งออก

แต่ละช่วงใช้ฐานสิทธิของตัวเอง

โรงงานต้นทางไม่ได้กลายเป็น Free Zone และโรงงานปลายทางไม่ได้รับ BOI เพราะรับสินค้ามาจากบริษัท BOI

แล้วบริษัทเดียวกันใช้ทั้ง BOI และ Free Zone ได้หรือไม่

บริษัทที่มีคุณสมบัติและได้รับอนุญาตตามแต่ละระบบสามารถอยู่ภายใต้ทั้งสองระบบได้

สิ่งที่ต้องแยกคือ สิทธิของโครงการ BOI กับ สถานะของของภายใต้ Free Zone

ตัวอย่างเช่น บริษัทมีโครงการผลิตที่ได้รับ BOI และโรงงานตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ดำเนินการภายใต้ระบบ Free Zone การนำเข้าเครื่องจักรหรือวัตถุดิบแต่ละรายการต้องกำหนดฐานการใช้สิทธิให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ไม่ได้หมายความว่าเครื่องจักรรายการเดียวสามารถนำเข้าโดยใช้สิทธิ BOI และถือว่าใช้สิทธิ Free Zone ซ้ำกับรายการเดียวกันโดยไม่ต้องแยกระบบ

เรื่องนี้ต้องสัมพันธ์กันทั้งในเอกสารนำเข้า บัญชีสินค้า การใช้เครื่องจักร การตัดบัญชีวัตถุดิบ และการนำของออกจากพื้นที่

ถ้าใช้ BOI สำหรับส่งออกอยู่แล้ว Free Zone เพิ่มอะไร

โรงงานที่ซื้อวัตถุดิบ นำเข้า ผลิต และส่งออกทั้งหมดผ่านโครงการ BOI ของตนเองสามารถใช้ระบบ BOI บริหารวัตถุดิบสำหรับการผลิตเพื่อส่งออกได้อยู่แล้ว

Free Zone เข้ามามีบทบาทเมื่อรูปแบบธุรกิจไม่ได้เป็นเส้นตรงแบบนั้น

ตัวอย่างเช่น

บริษัทรับของจากผู้ขายหลายประเทศ นำของบางส่วนมาพักก่อนผลิต รับสินค้าจากผู้ประกอบการไทยรายอื่น ส่งชิ้นส่วนไปประกอบต่อกับอีกโรงงาน รับสินค้ากลับเข้ามา หรือเก็บสินค้าสำเร็จรูปรอส่งไปหลายประเทศ

กรณีนี้การจัดพื้นที่และการเคลื่อนย้ายของกลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างธุรกิจ ไม่ใช่เพียงเรื่องสิทธิยกเว้นอากรสำหรับวัตถุดิบของโรงงานหนึ่งโครงการ

สมมติโรงงานผลิตสินค้า 100 หน่วย โดย 70 หน่วยส่งออก 20 หน่วยส่งต่อไปประกอบที่โรงงานอื่น และอีก 10 หน่วยขายในประเทศไทย การออกแบบระบบต้องตามสินค้าทั้งสามเส้นทางตั้งแต่ต้นว่าใช้สิทธิอะไรและเกิดภาระอากรที่จุดใด

การเปรียบเทียบ BOI กับ Free Zone สำหรับโรงงานลักษณะนี้จึงทำจาก goods flow จริงของโครงการ ไม่ใช่จากรายการสิทธิประโยชน์ของสองหน่วยงานเท่านั้น

อยู่ใน Free Zone ไม่ได้แปลว่าไม่เสียภาษีทั้งหมด

คำว่า “ปลอดอากร” ทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย

Free Zone ไม่ใช่พื้นที่ที่บริษัทได้รับยกเว้นภาษีทุกประเภท

สิทธิหลักเป็นสิทธิภายใต้ระบบศุลกากรสำหรับของที่อยู่ในเขตและเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย การนำของออกจาก Free Zone เข้ามาใช้หรือจำหน่ายในประเทศไทยต้องดำเนินพิธีการและพิจารณาภาระอากรตามสถานะของของในขณะนั้น

ในอีกด้านหนึ่ง การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของ BOI เป็นสิทธิของโครงการที่ได้รับการส่งเสริม ไม่ได้เกิดขึ้นจากสถานะ Free Zone

บริษัทที่อยู่ใน Free Zone แต่ไม่ได้รับ BOI จึงไม่มีสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบโครงการ BOI เพียงเพราะโรงงานตั้งอยู่ในเขตปลอดอากร

BOI ก็ไม่ได้ทำให้ของทุกอย่างในบริษัทปลอดอากร

หลักเดียวกันใช้กับ BOI

บริษัทที่มีบัตรส่งเสริมไม่ได้หมายความว่าสินค้าหรือเครื่องจักรทุกอย่างของบริษัทอยู่ภายใต้สิทธิ BOI

สิทธิผูกกับกิจการและเงื่อนไขของโครงการที่ได้รับอนุมัติ บริษัทที่ประกอบทั้งกิจการ BOI และกิจการทั่วไปจึงต้องแยกธุรกรรมและรายการที่ใช้สิทธิออกจากกิจการอื่น

เรื่องนี้เห็นชัดในกรณีภาษีเงินได้นิติบุคคล BOI กำหนดให้สิทธิยกเว้นใช้กับกำไรของกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ไม่ได้ขยายไปยังกำไรของกิจการอื่นเพียงเพราะอยู่ในนิติบุคคลเดียวกัน

แนวคิดเดียวกันใช้กับการบริหารเครื่องจักรและวัตถุดิบของโครงการ

อย่าใช้คำว่า Free Zone โดยไม่ตรวจว่าหมายถึงเขตใด

ในเอกสารเชิงพาณิชย์ คำว่า “Free Zone” ถูกใช้กว้างกว่าความหมายทางกฎหมาย

นอกจากเขตปลอดอากรภายใต้กฎหมายศุลกากรแล้ว ประเทศไทยยังมี เขตประกอบการเสรีของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IEAT Free Zone) ซึ่งมีฐานกฎหมายและระบบอนุญาตของตนเอง

BOI/OSOS อธิบายเขตอุตสาหกรรมของ กนอ. แยกเป็น General Industrial Zone และ IEAT Free Zone และระบุสิทธิของของที่นำเข้าเขตดังกล่าวตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

กรมศุลกากรก็แยกงานกำกับ Free Zone ตามกฎหมายศุลกากรออกจากเขตประกอบการเสรีตามกฎหมายการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ดังนั้น ข้อความในสัญญาเช่าที่เขียนเพียงว่าโรงงานอยู่ใน “Free Zone” ยังไม่พอสำหรับวิเคราะห์สิทธิ ต้องระบุว่าพื้นที่นั้นอยู่ภายใต้ระบบใดและใครเป็นผู้อนุญาต

ตัวอย่าง: โรงงานต่างชาติที่กำลังเลือกพื้นที่ลงทุน

สมมติบริษัทต่างชาติจะตั้งโรงงานผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในไทย มีแผนนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นและจีน นำเข้าชิ้นส่วนจากต่างประเทศ ผลิตในไทย และขายทั้งในประเทศกับต่างประเทศ

การวางโครงสร้างเริ่มจากการแยกสามเรื่องออกจากกัน

เรื่องแรกคือ กิจการผลิตเข้าเกณฑ์ BOI ประเภทใด และโครงการจะได้รับสิทธิอะไร

เรื่องที่สองคือ เครื่องจักรและวัตถุดิบแต่ละกลุ่มจะนำเข้าภายใต้ระบบใด

เรื่องที่สามคือ สินค้าจะเคลื่อนย้ายอย่างไรตั้งแต่เข้าประเทศจนถึงลูกค้า

ถ้าบริษัทใช้โรงงานแห่งเดียว ผลิตสินค้าเองทั้งหมดและส่งออกผ่านระบบ BOI โครงสร้างหนึ่งย่อมเพียงพอ

ถ้าบริษัทต้องมีคลังพักสินค้า รับของจากหลายบริษัท โอนชิ้นส่วนระหว่างโรงงาน หรือใช้พื้นที่ logistics ร่วมกับผู้ประกอบการอื่น โครงสร้าง Free Zone เข้ามาเกี่ยวข้องกับการดำเนินงานอีกส่วนหนึ่ง

ก่อนเซ็นสัญญาที่ดินหรือโรงงาน ตัวเลขที่ต้องนำมาเปรียบเทียบไม่ใช่เพียงอัตรายกเว้นภาษี แต่รวมถึงอากรที่เกิดขึ้นในแต่ละเส้นทางสินค้า ค่าใช้จ่ายระบบคลังและบัญชีสินค้า พิธีการนำเข้าและโอนของ ตลอดจนข้อจำกัดของพื้นที่จริง

BOI และ Free Zone ใช้ร่วมกันได้ แต่ต้องแยกบัญชีของสิทธิให้ชัด

เมื่อโรงงานใช้หลายระบบพร้อมกัน ความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่การมีสิทธิหลายประเภท แต่อยู่ที่การระบุฐานสิทธิของสินค้าไม่ตรงกับธุรกรรมจริง

เอกสารซื้อขาย ใบขนสินค้า บัญชีวัตถุดิบ เอกสารโอนสินค้า และระบบ ERP ต้องบอกเส้นทางเดียวกัน

ถ้าของเข้ามาโดยใช้ BOI เอกสารต้องสะท้อนสิทธิ BOI ตั้งแต่ต้น ถ้ารับโอนเข้าสู่ Free Zone ต้องมีพิธีการสำหรับการรับโอนเข้าสู่เขต และเมื่อนำออกไปขายในประเทศต้องพิจารณาภาระอากรตามเส้นทางนั้น

กรมศุลกากรจัด Free Zone เป็นหนึ่งในระบบสิทธิประโยชน์ด้านศุลกากรและกำหนดการอนุญาต การควบคุม และพิธีการไว้เป็นการเฉพาะ

สรุป

BOI กับ Free Zone ทำหน้าที่คนละเรื่อง

BOI เริ่มจากกิจการและโครงการลงทุน บริษัทได้รับสิทธิตามประเภทกิจการ บัตรส่งเสริม และเงื่อนไขของโครงการ

Free Zone เริ่มจากพื้นที่และของ สิทธิทางศุลกากรติดตามของตั้งแต่เข้าเขต อยู่ในเขต โอนออก ไปจนถึงส่งออกหรือเข้าสู่ตลาดในประเทศ

บริษัทไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสองระบบเสมอไป โรงงานหนึ่งแห่งหรือ supply chain หนึ่งชุดสามารถเกี่ยวข้องกับ BOI และ Free Zone พร้อมกันได้ แต่เครื่องจักร วัตถุดิบ และสินค้าต้องมีฐานการใช้สิทธิและเส้นทางทางศุลกากรที่ตรวจสอบได้

สำหรับโครงการใหม่ การวาง BOI, Free Zone และ goods flow พร้อมกันตั้งแต่ก่อนเลือกพื้นที่ทำให้เห็นต้นทุนและสิทธิที่เกิดขึ้นจริงก่อนลงเงินลงทุน

คำถามที่พบบ่อย

BOI กับ Free Zone ใช้กฎหมายเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช้ BOI อยู่ภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุน ส่วน Free Zone ตามที่กล่าวถึงในบทความนี้อยู่ภายใต้กฎหมายศุลกากร ทั้งสองระบบมีหน่วยงานกำกับและเงื่อนไขการใช้สิทธิของตนเอง

ได้ BOI แล้วถือว่าโรงงานเป็น Free Zone หรือไม่

ไม่ถือ การได้รับ BOI เป็นการได้รับส่งเสริมสำหรับโครงการ ส่วนการเป็นผู้ประกอบกิจการใน Free Zone ต้องมีสถานะและการอนุญาตตามระบบ Free Zone

อยู่ใน Free Zone แล้วได้ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่

สถานะ Free Zone ไม่ทำให้เกิดสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลของ BOI บริษัทที่จะใช้สิทธิดังกล่าวต้องมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมและมีสิทธิภาษีเงินได้นิติบุคคลตามบัตรส่งเสริม

บริษัทใช้ BOI กับ Free Zone พร้อมกันได้หรือไม่

ได้ เมื่อบริษัทและธุรกรรมเข้าเงื่อนไขของแต่ละระบบ การใช้ร่วมกันไม่ได้รวมสิทธิสองระบบเป็นสิทธิชุดเดียว เครื่องจักร วัตถุดิบ และสินค้าแต่ละรายการยังต้องใช้ฐานสิทธิและพิธีการของตน

โรงงานผลิตเพื่อส่งออกต้องใช้ BOI หรือ Free Zone

โรงงานที่เข้าเกณฑ์กิจการ BOI ใช้ระบบ BOI สำหรับโครงการที่ได้รับการส่งเสริมได้ ส่วน Free Zone มีบทบาทเมื่อโครงสร้างสินค้าและพื้นที่ต้องใช้ระบบศุลกากรของเขตปลอดอากร โรงงานที่มีทั้งสองลักษณะใช้สองระบบร่วมกันได้ตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ

Free Zone กับ IEAT Free Zone เหมือนกันหรือไม่

ไม่ใช่ฐานกฎหมายเดียวกัน เขตปลอดอากรตามกฎหมายศุลกากรและเขตประกอบการเสรีของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยมีระบบอนุญาตแยกกัน แม้ต่างมีสิทธิทางศุลกากรที่เกี่ยวข้องกับของในพื้นที่

ติดต่อสำนักงาน

ต้องการคุยรายละเอียดเรื่องนี้กับทนายหรือไม่

ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักให้สำนักงานตรวจเบื้องต้น แล้วเราจะช่วยอธิบายขั้นตอนถัดไปที่เหมาะกับเรื่องของคุณ

แชร์

LINEGmail
กลับขึ้นด้านบน ↑

ภาพ 1 / 1