เปิดประตูบ้านเพียงไม่กี่วินาที สุนัขวิ่งออกไปนอกรั้วแล้วกัดคนที่เดินผ่าน เจ้าของรีบจับกลับเข้าบ้านและอธิบายว่า “ไม่ได้ปล่อยออกไปเอง ปกติก็เลี้ยงอยู่ในบ้าน และไม่เคยคิดว่าจะหลุด”
แม้ไม่ได้ตั้งใจให้สุนัขกัด แต่ความเสียหายที่เกิดจากสัตว์มีกฎหมายเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 433 ซึ่งกำหนดให้เจ้าของสัตว์หรือผู้รับเลี้ยงรับรักษาสัตว์ไว้แทนเจ้าของต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงและรักษาสัตว์นั้นตามชนิด วิสัย และพฤติการณ์แล้ว
สุนัขกัดคน ไม่ต้องมีเจตนาก็อาจต้องรับผิด
กรณีทั่วไปที่สุนัขหลุด วิ่งเข้าใส่คน หรือกัดคนโดยเจ้าของไม่ได้สั่ง ต้องพิจารณาความรับผิดทางแพ่งตามมาตรา 433 ก่อน
บทบัญญัตินี้กำหนดว่า เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นเพราะสัตว์ เจ้าของสัตว์หรือผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่า
- ได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงและรักษาตามชนิดและวิสัยของสัตว์ หรือตามพฤติการณ์อื่นแล้ว
- หรือความเสียหายนั้นย่อมต้องเกิดขึ้นแม้ได้ใช้ความระมัดระวังเช่นว่านั้นแล้ว
จึงไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ว่าเจ้าของมีเจตนาปล่อยสุนัขไปกัดคน หากความเสียหายเกิดจากสัตว์ที่อยู่ในความดูแลของบุคคลนั้น เจ้าของหรือผู้รับเลี้ยงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงเรื่องการควบคุมและการใช้ความระมัดระวังของตน
สุนัขหลุดออกจากบ้านไปกัดคน ศาลเคยวินิจฉัยไว้แล้ว
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523 เป็นตัวอย่างที่ใกล้เคียงกัน โดยสุนัขหลบออกจากบ้านขณะเปิดประตูแล้วไปกัดผู้อื่น ศาลเห็นว่าการที่สุนัขสามารถหลบหนีออกไปกัดบุคคลภายนอกได้ แสดงว่าผู้ดูแลมิได้ใช้ความระมัดระวังอันสมควรแก่การเลี้ยงและรักษา จึงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น
ข้อเท็จจริงที่ต้องพิจารณามีได้หลายอย่าง เช่น
- ประตูหรือรั้วเหมาะกับขนาดและพฤติกรรมของสุนัขหรือไม่
- ขณะเปิดประตูมีผู้ควบคุมสุนัขหรือไม่
- สุนัขเคยวิ่งออกนอกบ้านหรือมีพฤติกรรมก้าวร้าวมาก่อนหรือไม่
- บ้านมีคนส่งของหรือบุคคลภายนอกเข้าออกเป็นประจำหรือไม่
- มีสายจูง ประตูกั้น กรง หรือมาตรการอื่นที่เหมาะสมกับสัตว์หรือไม่
คำว่า “ปกติไม่กัดคน” หรือ “ไม่เคยเกิดเรื่องมาก่อน” เป็นเพียงข้อเท็จจริงประกอบ ไม่ทำให้เจ้าของพ้นจากความรับผิดโดยปริยาย
คนที่ต้องรับผิดอาจไม่ใช่เจ้าของตามชื่อเพียงคนเดียว
มาตรา 433 ใช้คำว่า “เจ้าของสัตว์หรือบุคคลผู้รับเลี้ยงรับรักษาไว้แทนเจ้าของ” จึงต้องดูด้วยว่าในขณะเกิดเหตุใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแลสัตว์อยู่จริง
ตัวอย่างเช่น เจ้าของเดินทางต่างจังหวัดและฝากสุนัขไว้กับบุคคลอื่นหลายวัน หากเหตุเกิดในช่วงที่บุคคลนั้นรับเลี้ยงและควบคุมสัตว์อยู่ ความรับผิดของผู้รับเลี้ยงย่อมต้องนำมาพิจารณาด้วย
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2479 เคยวินิจฉัยกรณีผู้รับมอบให้เลี้ยงรักษาช้างแต่ผู้เดียวต้องรับผิดเมื่อช้างก่อความเสียหาย ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2510 เป็นกรณีเจ้าของให้บุคคลอื่นนำช้างของตนไปใช้งานแทนตน และยังมีประเด็นความรับผิดของเจ้าของตามข้อเท็จจริงในคดี
จึงต้องดูความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของ ผู้รับเลี้ยง และผู้ควบคุมสัตว์ในวันที่เกิดเหตุ ไม่ใช่ดูเพียงว่าใครเป็นผู้ซื้อสัตว์หรือมีชื่อเป็นเจ้าของ
ถ้าผู้เสียหายยั่วสัตว์ก่อน ความรับผิดอาจลดลงได้
มาตรา 433 วรรคสองกำหนดว่า บุคคลที่ต้องรับผิดเพราะสัตว์มีสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ที่เร้าหรือยั่วสัตว์นั้นโดยละเมิด หรือจากเจ้าของสัตว์อื่นซึ่งมาเร้าหรือยั่วสัตว์นั้นได้
นอกจากนี้ หากผู้เสียหายมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหาย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 ให้นำหลักมาตรา 223 มาใช้โดยอนุโลมในการกำหนดค่าสินไหมทดแทน
ตัวอย่างเช่น บุคคลภายนอกปีนรั้วเข้าไปในบ้าน แหย่สุนัขผ่านกรง หรือใช้สิ่งของตีสุนัขจนสัตว์ตอบโต้ ย่อมต่างจากกรณีคนเดินอยู่บนทางสาธารณะแล้วสุนัขวิ่งออกจากบ้านมากัดเอง
หากเจ้าของอ้างว่าผู้เสียหายเป็นฝ่ายยั่วสัตว์ก่อน ควรมีหลักฐานรองรับ เช่น ภาพจากกล้องวงจรปิด พยาน หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง มิใช่อาศัยเพียงคำกล่าวของฝ่ายเดียว
มีป้าย “ระวังสุนัขดุ” ก็ยังต้องควบคุมสัตว์
ป้ายเตือนอาจใช้ประกอบการพิจารณาว่าเจ้าของได้แจ้งเตือนบุคคลภายนอกไว้แล้ว แต่ป้ายเตือนไม่อาจใช้แทนการควบคุมสัตว์
ถ้าสุนัขอยู่ภายในบริเวณที่มีรั้วและประตูเหมาะสม แล้วบุคคลภายนอกฝ่าฝืนเข้าไปเอง ข้อเท็จจริงเรื่องป้ายเตือนอาจมีน้ำหนักประกอบการพิจารณาความผิดของแต่ละฝ่าย
แต่ถ้าสุนัขวิ่งออกจากบริเวณบ้านไปกัดคนบนถนน ทางเดิน หรือพื้นที่ส่วนกลาง ป้ายหน้าบ้านไม่ได้ทำให้เจ้าของพ้นจากหน้าที่ดูแลสัตว์
ผู้เสียหายเรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง
เมื่อถูกสุนัขกัด ค่าสินไหมทดแทนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะค่ารักษาพยาบาลวันแรก ต้องพิจารณาความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมดตามหลักละเมิด
หลักฐานที่ควรเก็บ เช่น
- ใบรับรองแพทย์และเวชระเบียน
- ใบเสร็จค่ารักษา ค่าวัคซีน ค่ายา และค่าเดินทาง
- ภาพบาดแผลตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงช่วงรักษา
- หลักฐานการหยุดงานหรือรายได้ที่ขาดไป
- ค่าใช้จ่ายในการรักษาต่อเนื่อง
- ภาพรอยแผลเป็นหากมีความเสียหายถาวร
- หลักฐานเกี่ยวกับความตกใจหรือความทุกข์ทรมาน หากมีการเรียกร้องในส่วนนี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2488/2523 ยังรับรองความเสียหายจากความตกใจและทุกข์ทรมานของผู้ถูกสุนัขกัดด้วย
ถ้าสุนัขกัดสัตว์เลี้ยงของคนอื่น ก็ใช้มาตรา 433 ได้
มาตรา 433 ใช้กับความเสียหายที่เกิดขึ้นเพราะสัตว์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะกรณีสัตว์ทำร้ายคน
หากสุนัขหลุดไปกัดสุนัขหรือแมวของบ้านอื่นจนบาดเจ็บ เจ้าของสัตว์ที่เสียหายอาจเรียกค่ารักษาพยาบาลและความเสียหายอื่นที่พิสูจน์ได้ โดยต้องพิจารณาพฤติการณ์ของสัตว์ทั้งสองฝ่ายด้วย
หากสัตว์ของอีกฝ่ายเป็นผู้เข้ามาเร้าหรือยั่วสัตว์ก่อน หรือสัตว์ทั้งสองฝ่ายต่างหลุดออกจากการควบคุม ข้อเท็จจริงดังกล่าวมีผลต่อการกำหนดความรับผิดและค่าสินไหมทดแทน
ให้อาหารหมาจรทุกวัน ยังไม่ถือว่าเป็นเจ้าของเสมอไป
กรณีสุนัขจรจัดต้องพิจารณาว่าบุคคลนั้นเพียงให้อาหารเป็นครั้งคราว หรือรับเลี้ยงรับรักษาสัตว์จริง
แนวคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.764/2556 เคยพิจารณากรณีบุคคลให้อาหารสุนัขจรจัดเป็นประจำ แต่ไม่ได้รับผิดชอบชีวิตหรือควบคุมดูแลสัตว์ในลักษณะเจ้าของ จึงไม่ถือว่าเป็นเจ้าของสัตว์ตามข้อเท็จจริงในคดีนั้น
แต่หากบุคคลนำสุนัขมาอยู่ในบริเวณบ้าน พาไปฉีดวัคซีน ใส่ปลอกคอ พาไปพบสัตวแพทย์ ควบคุมการเข้าออก และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงทั้งหมด พฤติการณ์อาจเข้าลักษณะผู้รับเลี้ยงรับรักษาตามมาตรา 433 ได้
เกิดเหตุแล้วควรเก็บหลักฐานทันที
หลักฐานหลายอย่างสูญหายได้เร็ว โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดและสภาพสถานที่เกิดเหตุ
ฝ่ายผู้เสียหายควรเก็บอย่างน้อย
- จุดที่เกิดเหตุว่าอยู่บนถนน ทางเดิน พื้นที่ส่วนกลาง หรือภายในบ้าน
- สภาพประตู รั้ว และช่องทางที่สุนัขออกมา
- ภาพสุนัขและข้อมูลที่ใช้ระบุตัวสัตว์
- ชื่อและข้อมูลติดต่อของเจ้าของหรือผู้ดูแล
- ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง
- พยานที่เห็นเหตุการณ์
- ข้อความหลังเกิดเหตุ โดยเฉพาะข้อความที่ยอมรับว่าสุนัขหลุดจากบ้าน
- เอกสารทางการแพทย์และค่าใช้จ่ายทั้งหมด
หากภาพกล้องอยู่กับหมู่บ้าน ร้านค้า อาคาร หรือบุคคลอื่น ควรขอให้เก็บไฟล์โดยเร็ว เพราะระบบจำนวนมากมีการบันทึกทับข้อมูลเดิม
เจ้าของสุนัขก็ควรเก็บหลักฐานเรื่องการดูแลสัตว์
หากเจ้าของเห็นว่าตนใช้ความระมัดระวังเพียงพอ หรือผู้เสียหายเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน ควรเก็บหลักฐานในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ภาพรั้วและประตู ภาพจากกล้องวงจรปิด หลักฐานการซ่อมประตู สายจูง ประตูกั้น พยาน หรือหลักฐานการเข้าไปในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
คำว่า “เลี้ยงดีมาตลอด” หรือ “หมาไม่เคยกัดใคร” ไม่เพียงพอ หากไม่มีหลักฐานแสดงว่าขณะเกิดเหตุมีมาตรการควบคุมสัตว์อย่างไร
แม้เจ้าของจะไม่ได้ตั้งใจให้สุนัขกัด แต่หากสัตว์หลุดจากการควบคุมและก่อความเสียหาย ความรับผิดต้องพิจารณาตามมาตรา 433 โดยดูว่าใครเป็นเจ้าของหรือผู้รับเลี้ยง สัตว์หลุดออกมาได้อย่างไร มีการใช้ความระมัดระวังเหมาะสมกับชนิดและวิสัยของสัตว์หรือไม่ ผู้เสียหายมีส่วนก่อเหตุหรือไม่ และความเสียหายที่เรียกร้องมีหลักฐานรองรับเพียงใด
แชร์