คนต่างชาติเป็นกรรมการบริษัทจำกัดในประเทศไทยได้ และสามารถเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทได้ หากกิจการนั้นไม่มีกฎหมายเฉพาะ ใบอนุญาต หรือเงื่อนไขอื่นกำหนดเรื่องสัญชาติของกรรมการไว้ต่างหาก
การมีชื่อเป็นกรรมการไม่ได้ทำให้บุคคลนั้นมีสิทธิทำงานในประเทศไทย และไม่ได้ทำให้ต้องมี Work Permit เพียงเพราะมีชื่ออยู่ในหนังสือรับรองบริษัท เรื่องกรรมการเป็นเรื่องกฎหมายบริษัท ส่วน Visa และ Work Permit ดูจากการเดินทาง การพำนัก และกิจกรรมที่บุคคลนั้นทำในประเทศไทยจริง
กรรมการผู้มีอำนาจที่พำนักอยู่ต่างประเทศ ทำหน้าที่และลงนามเอกสารจากต่างประเทศ โดยไม่ได้เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย ไม่ต้องมี Work Permit ของไทยจากตำแหน่งกรรมการนั้น การไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำจากบริษัทไทยเป็นข้อเท็จจริงที่สอดคล้องกับโครงสร้างดังกล่าว แต่ไม่ใช่หลักเดียวที่ใช้ตัดสินทุกกรณี
สรุปก่อน: กรรมการต่างชาติแต่ละแบบต่างกันอย่างไร
| สถานการณ์ | ผลเรื่อง Work Permit |
|---|---|
| มีชื่อเป็นกรรมการ แต่พำนักและทำหน้าที่จากต่างประเทศ | ไม่ต้องมี Work Permit ไทยเพียงเพราะเป็นกรรมการ |
| เป็นกรรมการผู้มีอำนาจและลงนามเอกสารจากต่างประเทศ | ไม่ต้องมี Work Permit ไทยจากการลงนามที่เกิดขึ้นต่างประเทศ |
| อยู่ต่างประเทศและไม่รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำจากบริษัทไทย | ไม่เกิดหน้าที่ขอ Work Permit เพียงเพราะมีชื่อเป็นกรรมการ |
| เดินทางมาไทยเป็นครั้งคราวเพื่อร่วมประชุมหรือแสดงความคิดเห็น | กิจกรรมที่เข้าเงื่อนไขข้อยกเว้นตามมาตรา 4 (6) ไม่อยู่ภายใต้ระบบ Work Permit ในส่วนกิจกรรมนั้น |
| ย้ายมาประจำสำนักงานไทยและบริหารกิจการเป็นงานประจำ | ต้องจัดสิทธิทำงานให้ตรงกับหน้าที่จริงเมื่อกิจกรรมเข้าลักษณะการทำงาน |
| ทำงานประจำในไทย แต่บริษัทแม่ต่างประเทศเป็นผู้จ่ายเงินเดือน | การจ่ายเงินจากต่างประเทศไม่ทำให้การทำงานที่เกิดในไทยหายไป |
| อยู่ไทยและบริหารงานจริง แต่ไม่รับเงินเดือน | ห้ามสรุปจากเรื่องเงินเดือนเพียงข้อเดียว ต้องดูว่ากิจกรรมเป็นการประกอบอาชีพหรือไม่ |
คนต่างชาติเป็นกรรมการบริษัทไทยได้หรือไม่
ได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในส่วนบริษัทจำกัดไม่ได้กำหนดเป็นหลักทั่วไปว่ากรรมการต้องมีสัญชาติไทย ระบบจดทะเบียนของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าก็รองรับกรรมการที่เป็นชาวต่างชาติและกำหนดการใช้หนังสือเดินทางหรือหลักฐานประจำตัวของคนต่างชาติไว้สำหรับงานจดทะเบียน
บริษัทจำกัดจึงมีกรรมการไทยทั้งหมด กรรมการต่างชาติทั้งหมด หรือมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติร่วมกันได้ และสามารถกำหนดให้กรรมการต่างชาติลงนามคนเดียว ลงนามร่วมกับกรรมการไทย หรือใช้อำนาจตามเงื่อนไขอื่นที่บริษัทจดทะเบียนไว้
กิจการบางประเภทมีกฎหมายหรือใบอนุญาตเฉพาะกำหนดองค์ประกอบกรรมการ สัญชาติของกรรมการ หรือสัญชาติของผู้มีอำนาจลงนามไว้โดยตรง กรณีเหล่านี้ต้องใช้กฎหมายเฉพาะของกิจการนั้นประกอบกับกฎหมายบริษัททั่วไป
มีกรรมการต่างชาติ ไม่ได้ทำให้บริษัทเป็นบริษัทต่างด้าวโดยทันที
สัญชาติของกรรมการกับสถานะ “คนต่างด้าว” ของบริษัทเป็นคนละเรื่อง
สำหรับบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนในประเทศไทย พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ใช้โครงสร้างการถือหุ้นและทุนตามนิยามในมาตรา 4 เป็นหลัก บริษัทที่มีกรรมการต่างชาติหนึ่งคนหรือหลายคนจึงไม่ได้กลายเป็นคนต่างด้าวเพียงเพราะองค์ประกอบของคณะกรรมการ
ตัวอย่างเช่น บริษัทไทยที่มีผู้ถือหุ้นไทยถือหุ้นเกินกึ่งหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนสถานะตาม Foreign Business Act เพียงเพราะแต่งตั้งกรรมการชาวญี่ปุ่นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจร่วมกับกรรมการไทย
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจที่อยู่ภายใต้กฎหมายเฉพาะ สนธิสัญญา หรือเงื่อนไขใบอนุญาตต้องตรวจข้อกำหนดของระบบนั้นแยกต่างหาก เพราะบางระบบกำหนดองค์ประกอบกรรมการเพิ่มเติมจากนิยามคนต่างด้าวตาม Foreign Business Act
กรรมการผู้มีอำนาจที่อยู่ต่างประเทศ ไม่ต้องมี Work Permit เพียงเพราะมีอำนาจลงนาม
บริษัทข้ามชาติใช้โครงสร้างนี้เป็นเรื่องปกติ เช่น บริษัทไทยมีกรรมการผู้มีอำนาจชาวญี่ปุ่นหนึ่งคนและกรรมการไทยหนึ่งคน โดยกำหนดให้สัญญารายการสำคัญต้องลงนามร่วมกัน
กรรมการญี่ปุ่นพำนักอยู่ที่ญี่ปุ่น ทำหน้าที่จากสำนักงานใหญ่ และลงนามสัญญาหรือมติจากญี่ปุ่น บุคคลดังกล่าวไม่ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทย การมีชื่อเป็นกรรมการและการมีอำนาจลงนามในหนังสือรับรองบริษัทจึงไม่ทำให้ต้องมี Work Permit ไทย
หากกรรมการดังกล่าวไม่รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำจากบริษัทไทย ข้อเท็จจริงยิ่งสอดคล้องกับการที่เขาไม่ได้เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย แต่เหตุที่ไม่ต้องมี Work Permit ในกรณีนี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องเงินเดือนเพียงอย่างเดียว แกนสำคัญคือหน้าที่ของเขาเกิดขึ้นจากต่างประเทศและไม่มีการเข้ามาทำงานในราชอาณาจักร
ถ้าบริษัทไทยจ่ายค่ากรรมการให้กรรมการที่อยู่ต่างประเทศล่ะ
การจ่ายค่ากรรมการหรือค่าตอบแทนจากบริษัทไทยไม่ได้ทำให้เกิด Work Permit โดยตัวมันเอง หากกรรมการยังพำนักและปฏิบัติหน้าที่จากต่างประเทศ
Work Permit กำกับการทำงานในประเทศไทย ส่วนค่าตอบแทนที่บริษัทไทยจ่ายให้บุคคลต่างประเทศมีประเด็นภาษีและการหักภาษีที่ต้องพิจารณาแยกตามลักษณะของเงินได้และข้อเท็จจริงของผู้รับ
ดังนั้น “บริษัทไทยเป็นผู้จ่ายเงิน” กับ “บุคคลทำงานในประเทศไทย” ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเดียวกัน และไม่ควรใช้แทนกันในการวิเคราะห์ Work Permit
กฎหมาย Work Permit ใช้คำว่า “ทำงาน” อย่างไร
พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม นิยาม “ทำงาน” ว่าเป็นการประกอบอาชีพใด ๆ ไม่ว่าจะมีนายจ้างหรือไม่ โดยมีข้อยกเว้นตามที่กฎหมายกำหนด
จุดพิจารณาจึงอยู่ที่กิจกรรมจริงของคนต่างชาติในประเทศไทย ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งในหนังสือรับรองบริษัท
คนต่างชาติที่มีชื่อเป็นกรรมการ แต่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้เข้ามาประกอบอาชีพในไทยจากการที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบริษัท
ในอีกกรณีหนึ่ง บุคคลอาจมีตำแหน่งในทะเบียนเพียง “กรรมการ” แต่เข้ามาประจำสำนักงานกรุงเทพฯ ควบคุมพนักงาน อนุมัติแผนงาน เจรจากับลูกค้า และบริหารบริษัททุกวัน กิจกรรมของบุคคลนั้นต้องวิเคราะห์ในฐานะการทำงานจริงในประเทศไทย
การไม่รับเงินเดือนไม่ใช่ข้อยกเว้นอัตโนมัติจาก Work Permit
เรื่องค่าจ้างหรือรายได้มีความสำคัญต่อการพิจารณาความหมายของ “การประกอบอาชีพ” แต่ไม่ใช่ safe harbour สำหรับกรรมการบริษัททุกกรณี
ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 378/2562 เคยวิเคราะห์ความหมายของ “ทำงาน” ในบริบทของคนต่างด้าวที่ทำงานอาสาสมัคร และให้ความสำคัญกับลักษณะการประกอบอาชีพ รวมถึงการได้รับค่าจ้างหรือรายได้เป็นประจำ
ความเห็นดังกล่าวไม่ได้วินิจฉัยว่ากรรมการบริษัทที่เข้ามาบริหารงานในประเทศไทยสามารถไม่ขอ Work Permit ได้เพียงเพราะไม่รับเงินเดือน
กรรมการที่พำนักอยู่ต่างประเทศกับกรรมการที่อยู่ในไทยและบริหารกิจการทุกวันจึงต้องแยกออกจากกัน แม้ทั้งสองคนจะไม่ได้รับเงินเดือนจากบริษัทไทยเหมือนกันก็ตาม
เข้ามาประชุม Board Meeting เป็นครั้งคราว ต้องมี Work Permit หรือไม่
พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวมีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลที่เข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งคราวเพื่อจัดหรือร่วมประชุม แสดงความคิดเห็น บรรยาย สาธิตในการประชุม การอบรม ดูงาน หรือสัมมนา ตามกรอบมาตรา 4 (6)
กรรมการต่างชาติที่อยู่ต่างประเทศและเดินทางเข้ามาไทยเพื่อประชุมคณะกรรมการ รับฟังรายงาน แสดงความคิดเห็น หรือลงมติในที่ประชุมเป็นครั้งคราว จึงอยู่คนละกรณีกับกรรมการที่เข้ามาประจำสำนักงานเพื่อบริหารกิจการ
ข้อยกเว้นดังกล่าวเป็นเรื่องกฎหมายการทำงานของคนต่างด้าวเท่านั้น การเดินทางเข้าและอยู่ในประเทศไทยยังต้องมีฐานตามกฎหมายคนเข้าเมืองที่ตรงกับวัตถุประสงค์การเดินทาง ณ วันที่เดินทาง
เข้ามาไทยเพื่อบริหารงานประจำเมื่อใด จึงเป็นเรื่อง Work Permit
กรรมการต่างชาติที่ย้ายเข้ามาประจำประเทศไทยและรับผิดชอบงานบริหารจริง เช่น ควบคุมพนักงาน กำหนดแผนธุรกิจ อนุมัติงบประมาณ เจรจากับลูกค้าหรือคู่ค้า ควบคุมโครงการ และทำงานจากสำนักงานไทยอย่างต่อเนื่อง มีลักษณะต่างจากการถือกรรมการอยู่ต่างประเทศหรือการเข้ามาประชุมเป็นครั้งคราว
หากบุคคลได้รับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าว ข้อเท็จจริงยิ่งชัดว่ากิจกรรมเป็นงานประจำ บริษัทต้องจัดสถานะ Visa และสิทธิทำงานให้รองรับหน้าที่จริง
การให้บริษัทแม่ต่างประเทศเป็นผู้จ่ายเงินเดือนไม่เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หากผู้บริหารยังทำงานจากประเทศไทย ควบคุมทีมไทย และบริหารบริษัทไทยเป็นประจำ
กรรมการอยู่ไทยแต่ไม่รับเงินเดือน ต้องดูอย่างไร
กรณีนี้ต้องแยกจากกรรมการที่อยู่ต่างประเทศ
ถ้ากรรมการพำนักในไทยหลายเดือน เข้าสำนักงานเป็นประจำ ควบคุมทีม อนุมัติงาน เจรจาธุรกิจ และทำหน้าที่บริหารอย่างต่อเนื่อง การไม่มีเงินเดือนจากบริษัทไทยไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เพียงพอสำหรับสรุปว่าไม่เป็นการทำงาน
ต้องพิจารณาว่ากิจกรรมทั้งหมดมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพหรือไม่ โดยดูหน้าที่จริง ความต่อเนื่อง สถานที่ปฏิบัติงาน และโครงสร้างค่าตอบแทนประกอบกัน
ในทางจัดโครงสร้างบริษัท หากต้องการให้กรรมการต่างชาติย้ายมารับผิดชอบการบริหารงานประจำในประเทศไทย การจัด Visa และ Work Permit ให้ตรงกับหน้าที่เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับลักษณะการดำเนินงานมากกว่าการอาศัยเพียงข้อเท็จจริงว่าไม่มีเงินเดือนใน payroll ของบริษัทไทย
Visa กับ Work Permit เป็นคนละเรื่อง
| เรื่อง | Visa / Permission to Stay | Work Permit / สิทธิทำงาน |
|---|---|---|
| หน้าที่หลัก | กำหนดฐานการเข้าและการอยู่ในประเทศไทย | กำหนดสิทธิในการทำงานในประเทศไทย |
| เป็นกรรมการบริษัทไทย | ไม่ได้ทำให้มีสิทธิเข้าหรืออยู่ในไทย | ไม่ได้ทำให้ต้องมีหรือได้รับ Work Permit โดยตัวมันเอง |
| อยู่ต่างประเทศ | ไม่มีประเด็นการพำนักในไทยจนกว่าจะเดินทางเข้าไทย | ไม่ต้องมี Work Permit ไทยสำหรับหน้าที่ที่ทำจากต่างประเทศ |
| เข้าประชุมเป็นครั้งคราว | ต้องมีฐานการเข้าเมืองที่ตรงกับการเดินทาง | กิจกรรมที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 4 (6) อยู่ภายนอกระบบ Work Permit |
| บริหารงานประจำในไทย | ต้องมีสถานะการเข้าเมืองที่รองรับการพำนักเพื่อทำงาน | ต้องมีสิทธิทำงานเมื่อกิจกรรมเข้าลักษณะการทำงาน |
การมี Non-Immigrant B Visa จึงไม่ได้ทำให้บุคคลมีสิทธิทำงานโดยทันที และ Work Permit ก็ไม่ได้ใช้แทนการอนุญาตให้อยู่ในประเทศไทย
กรรมการผู้มีอำนาจลงนามต้องอยู่ในประเทศไทยหรือไม่
ไม่จำเป็นโดยหลักทั่วไป กรรมการผู้มีอำนาจสามารถพำนักอยู่ต่างประเทศได้ หากบริษัทจัดระบบการลงนามและการส่งเอกสารให้สอดคล้องกับอำนาจกรรมการที่จดทะเบียนไว้
บริษัทที่กำหนดอำนาจลงนามร่วมระหว่างกรรมการไทยกับกรรมการต่างประเทศต้องเผื่อเวลาเรื่องการส่งต้นฉบับ การลงนามต่อหน้า Notarial Services Attorney หรือ notary ในต่างประเทศ และการ legalization ในเอกสารที่หน่วยงานผู้รับกำหนดให้ใช้
เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องรูปแบบและความสมบูรณ์ของเอกสาร ไม่ใช่เหตุให้กรรมการต่างชาติจำเป็นต้องมี Work Permit ไทย
งานจำเป็นหรือเร่งด่วนไม่เกิน 15 วันเกี่ยวกับกรรมการอย่างไร
มาตรา 61 มีระบบแจ้งสำหรับคนต่างด้าวที่เข้ามาทำงานอันมีลักษณะจำเป็นหรือเร่งด่วน หรืองานเฉพาะกิจที่เสร็จภายใน 15 วัน โดยต้องเป็นงานตามประเภทที่อธิบดีกรมการจัดหางานประกาศกำหนดและต้องดำเนินการแจ้งตามระบบ
ระบบดังกล่าวไม่ใช่หลักสำหรับกรรมการทุกคนที่อยู่ไทยไม่เกิน 15 วัน หากกิจกรรมเป็นการเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งคราว ให้พิจารณาข้อยกเว้นมาตรา 4 (6) หากเป็นงานเฉพาะกิจหรือเร่งด่วน ให้ตรวจว่ากิจกรรมอยู่ในประเภทที่ใช้มาตรา 61 ได้หรือไม่
บริษัท BOI ต้องดูระบบบุคลากรต่างชาติของ BOI แยกต่างหาก
บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนมีระบบสำหรับบุคลากรต่างชาติภายใต้กฎหมายส่งเสริมการลงทุนและมาตรา 62 ของกฎหมายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว
กรรมการหรือผู้บริหารที่เข้ามาทำงานกับโครงการ BOI จึงต้องดูตำแหน่งที่ได้รับอนุมัติ ระยะเวลา และขั้นตอน Visa และ Work Permit ของโครงการนั้น ไม่ใช่นำเงื่อนไขของบริษัททั่วไปมาใช้ทั้งหมดโดยตรง
ทุน 2 ล้านบาทและพนักงานไทย 4 คนเกี่ยวกับการเป็นกรรมการหรือไม่
ไม่เกี่ยวกับคุณสมบัติในการเป็นกรรมการ
เกณฑ์ทุนชำระแล้ว 2 ล้านบาทและอัตราพนักงานไทยต่อคนต่างชาติปรากฏในหลักเกณฑ์ด้านการขออยู่ต่อในประเทศไทยกรณีมีเหตุจำเป็นทางธุรกิจสำหรับบริษัททั่วไป พร้อมเงื่อนไขอื่นเกี่ยวกับรายได้ การดำเนินธุรกิจจริง และเอกสารของบริษัท
บริษัทสามารถแต่งตั้งกรรมการต่างชาติได้โดยไม่ต้องรอให้ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวก่อน เพราะการจดทะเบียนกรรมการกับการขออยู่ต่อเพื่อทำงานเป็นคนละขั้นตอน
Representative Office, Branch Office, บริษัท BOI และโครงสร้างที่ใช้สิทธิพิเศษอื่นอาจมีหลักเกณฑ์แตกต่างจากบริษัททั่วไป จึงไม่ควรใช้สูตร “ทุน 2 ล้านบาทและคนไทย 4 คน” กับทุกกรณี
ตัวอย่างที่ 1: กรรมการญี่ปุ่นอยู่ญี่ปุ่นและไม่รับเงินเดือนจากบริษัทไทย
บริษัทไทยมีกรรมการสามคน เป็นคนไทยสองคนและคนญี่ปุ่นหนึ่งคน กรรมการญี่ปุ่นเป็นกรรมการผู้มีอำนาจร่วม แต่พำนักและทำงานอยู่ที่สำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น ไม่มีโต๊ะทำงานประจำในประเทศไทย และไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนประจำจากบริษัทไทย
เมื่อมีสัญญาสำคัญ กรรมการไทยลงนามในประเทศไทย ส่วนกรรมการญี่ปุ่นลงนามจากญี่ปุ่นตามอำนาจที่จดทะเบียนไว้
กรรมการญี่ปุ่นไม่ต้องมี Work Permit ไทยจากการเป็นกรรมการผู้มีอำนาจดังกล่าว เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของเขาเกิดขึ้นจากต่างประเทศและไม่ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทย
ตัวอย่างที่ 2: กรรมการต่างชาติบินมาไทยเพื่อ Board Meeting
กรรมการพำนักอยู่ต่างประเทศและเดินทางเข้าไทยปีละสองหรือสามครั้งเพื่อประชุมคณะกรรมการ รับฟังรายงาน แสดงความคิดเห็น และลงมติ แล้วเดินทางกลับ
กิจกรรมประชุมที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 4 (6) อยู่ภายนอกบังคับของระบบ Work Permit ในส่วนกิจกรรมนั้น แต่การเข้าเมืองต้องใช้ฐานที่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์การเดินทาง
ตัวอย่างที่ 3: กรรมการต่างชาติย้ายมาเป็น Managing Director ในกรุงเทพฯ
บริษัทแต่งตั้งกรรมการชาวต่างชาติเป็น Managing Director และให้เข้ามาประจำสำนักงานกรุงเทพฯ มีหน้าที่ควบคุมฝ่ายขาย อนุมัติงบประมาณ สั่งการพนักงาน เจรจากับลูกค้า และลงนามสัญญาเป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ
กรณีนี้เป็นคนละเรื่องกับการมีชื่อเป็นกรรมการเฉย ๆ บริษัทต้องจัด Visa และ Work Permit ให้รองรับตำแหน่งและหน้าที่จริง
หากเงินเดือนถูกจ่ายจากสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศแทนบริษัทไทย ผลเรื่องสถานที่ทำงานไม่เปลี่ยน เพราะกิจกรรมการบริหารเกิดขึ้นในประเทศไทย
ตัวอย่างที่ 4: กรรมการอยู่ไทยและบริหารงาน แต่ไม่มีเงินเดือน
กรรมการต่างชาติอยู่ในไทยหลายเดือนต่อปี เข้าสำนักงานเป็นประจำ ควบคุมทีม อนุมัติการดำเนินงาน และเจรจากับคู่ค้า แต่บริษัทไทยไม่ได้จ่ายเงินเดือนให้
กรณีนี้ไม่สามารถใช้คำว่า “ไม่มีเงินเดือน” เพื่อสรุปว่าไม่ต้องมี Work Permit ได้ทันที ต้องพิจารณาว่าหน้าที่ที่ทำจริงเป็นการประกอบอาชีพในประเทศไทยหรือไม่
ข้อเท็จจริงลักษณะนี้ต่างจากกรรมการที่อยู่ต่างประเทศอย่างชัดเจน และต้องจัดโครงสร้างด้าน immigration และ work authorization จากกิจกรรมจริงของบุคคลนั้น
ก่อนแต่งตั้งกรรมการต่างชาติ บริษัทต้องแยก 4 เรื่องออกจากกัน
| เรื่อง | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|
| กฎหมายบริษัท | ใครเป็นกรรมการ และอำนาจลงนามกำหนดไว้อย่างไร |
| กฎหมายธุรกิจต่างด้าวและกฎหมายเฉพาะ | กิจการกำหนดสัญชาติหรือองค์ประกอบกรรมการไว้หรือไม่ |
| Immigration | กรรมการจะเข้ามาประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์ใดและอยู่ในไทยนานเท่าใด |
| Work Permit | กรรมการเพียงทำหน้าที่จากต่างประเทศ เข้ามาประชุมเป็นครั้งคราว หรือเข้ามาบริหารงานจริงในไทย |
สรุป
คนต่างชาติเป็นกรรมการและกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทไทยได้ภายใต้กฎหมายบริษัททั่วไป เว้นแต่กิจการนั้นมีกฎหมายหรือใบอนุญาตเฉพาะกำหนดเรื่องสัญชาติหรือองค์ประกอบกรรมการไว้
กรรมการผู้มีอำนาจที่อยู่ต่างประเทศและทำหน้าที่จากต่างประเทศไม่ต้องมี Work Permit ไทยเพียงเพราะมีชื่อเป็นกรรมการหรือมีอำนาจลงนาม การไม่รับเงินเดือนจากบริษัทไทยช่วยยืนยันข้อเท็จจริงของโครงสร้างดังกล่าว แต่ไม่ใช่เงื่อนไขทางกฎหมายเพียงข้อเดียว
กรรมการที่เดินทางเข้ามาประชุมเป็นครั้งคราวต้องแยกจากกรรมการที่ย้ายเข้ามาบริหารกิจการในประเทศไทย ส่วนกรรมการที่อยู่ในไทยและทำงานจริงไม่สามารถใช้เพียงข้อเท็จจริงว่าไม่มีเงินเดือนจากบริษัทไทยเพื่อสรุปเรื่อง Work Permit ได้
การแต่งตั้งกรรมการต่างชาติจึงต้องวางพร้อมกันทั้งอำนาจกรรมการ วัตถุประสงค์การเดินทาง สถานที่ที่บุคคลปฏิบัติหน้าที่ และโครงสร้าง Visa และ Work Permit ที่ใช้กับหน้าที่จริง
คำถามที่พบบ่อย
คนต่างชาติเป็นกรรมการบริษัทไทยได้หรือไม่
ได้ บริษัทจำกัดทั่วไปสามารถแต่งตั้งกรรมการต่างชาติได้ และสามารถกำหนดให้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามได้ หากไม่มีกฎหมายหรือเงื่อนไขเฉพาะของกิจการกำหนดไว้ต่างหาก
กรรมการต่างชาติที่อยู่ต่างประเทศต้องมี Work Permit หรือไม่
ไม่ต้องมี Work Permit ไทยเพียงเพราะมีชื่อเป็นกรรมการ หากทำหน้าที่จากต่างประเทศและไม่ได้เข้ามาทำงานในประเทศไทย
กรรมการผู้มีอำนาจอยู่ต่างประเทศและไม่รับเงินเดือนจากบริษัทไทย ต้องมี Work Permit หรือไม่
ไม่ต้องมี Work Permit ไทยจากตำแหน่งและการลงนามที่เกิดขึ้นต่างประเทศ การไม่รับเงินเดือนจากบริษัทไทยเป็นข้อเท็จจริงประกอบ แต่แกนหลักคือไม่มีการทำงานในประเทศไทย
ถ้าบริษัทไทยจ่ายค่ากรรมการให้คนที่อยู่ต่างประเทศ ต้องมี Work Permit หรือไม่
ค่าตอบแทนจากบริษัทไทยไม่ได้ทำให้เกิด Work Permit โดยตัวมันเอง หากหน้าที่ทั้งหมดทำจากต่างประเทศ แต่ต้องตรวจภาษีของค่าตอบแทนนั้นแยกต่างหาก
กรรมการบินมาไทยเพื่อ Board Meeting ต้องมี Work Permit หรือไม่
การเข้ามาเป็นครั้งคราวเพื่อประชุมหรือแสดงความคิดเห็นที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 4 (6) ไม่อยู่ภายใต้ระบบ Work Permit ในส่วนกิจกรรมนั้น แต่ยังต้องมีสถานะการเข้าเมืองที่ถูกต้อง
กรรมการต่างชาติทำงานประจำในไทยแต่รับเงินเดือนจากบริษัทแม่ ต้องมี Work Permit หรือไม่
หากทำงานและบริหารกิจการจากประเทศไทยเป็นประจำ การให้บริษัทแม่ต่างประเทศจ่ายเงินเดือนไม่เปลี่ยนสถานที่ทำงาน ต้องจัดสิทธิทำงานให้รองรับหน้าที่จริง
กรรมการอยู่ไทยแต่ไม่รับเงินเดือน ต้องมี Work Permit หรือไม่
เรื่องเงินเดือนไม่พอสำหรับสรุป ต้องดูว่ากิจกรรมจริงมีลักษณะเป็นการประกอบอาชีพในประเทศไทยหรือไม่ รวมถึงความต่อเนื่อง สถานที่ปฏิบัติงาน และหน้าที่ที่ทำ