ข้ามไปยังเนื้อหา

การลงทุนของชาวต่างชาติ

ถึงเวลาเพิ่มโทษนอมินี ให้การฝ่าฝืนแพงกว่าการลงทุนให้ถูกต้อง

49 ยอดเข้าชม
ถึงเวลาเพิ่มโทษนอมินี ให้การฝ่าฝืนแพงกว่าการลงทุนให้ถูกต้อง

NATTAPHAK LAW FIRM เสนอให้ยกระดับบทลงโทษความผิดเกี่ยวกับนอมินีตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ให้หนักขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งโทษจำคุก โทษปรับ และมาตรการต่อทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด

เหตุผลไม่ได้อยู่ที่การลงโทษคนต่างชาติเพราะเป็นคนต่างชาติ แต่อยู่ที่ความเป็นธรรมของระบบการลงทุน หากผู้ลงทุนต่างชาติต้องการเข้าถึงตลาด ทรัพยากร ที่ดิน สิทธิทางธุรกิจ หรือสิทธิประโยชน์จากประเทศไทย กฎหมายมีช่องทางให้ลงทุนและขออนุญาตอย่างถูกต้องอยู่แล้ว ผู้ลงทุนที่ทำตามกติกาต้องรับต้นทุนด้านเงินลงทุน ใบอนุญาต บุคลากร เทคโนโลยี ภาษี ศุลกากร และการปฏิบัติตามเงื่อนไขของแต่ละระบบ การใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อลดต้นทุนเหล่านี้ทำให้ผู้ฝ่าฝืนได้ประโยชน์มากกว่าผู้ที่ลงทุนอย่างถูกต้อง

ปัจจุบันมาตรา 36 และมาตรา 37 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่คดีนอมินีบางคดีเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจบริการ และโครงสร้างที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงกว่าค่าปรับสูงสุดหลายเท่า กฎหมายที่ต้องการยับยั้งพฤติกรรมเชิงเศรษฐกิจต้องทำให้ต้นทุนของการฝ่าฝืนสูงกว่าประโยชน์ที่จะได้รับจากการฝ่าฝืน

นอมินีไม่ใช่ความผิดทางทะเบียนธรรมดา

คำว่า “นอมินี” ในบริบทของ Foreign Business Act ไม่ได้หมายถึงบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติร่วมกันทุกบริษัท และไม่ได้เกิดจากตัวเลข 51 ต่อ 49 เพียงอย่างเดียว ความเสี่ยงเกิดเมื่อคนไทยถูกใช้เป็นผู้ถือหุ้น หุ้นส่วน หรือผู้มีสถานะทางทะเบียนแทนคนต่างด้าว เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของกฎหมาย

มาตรา 36 ใช้กับการให้ความช่วยเหลือ สนับสนุน ร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ รวมถึงคนต่างด้าวที่ยินยอมให้มีการกระทำดังกล่าว ส่วนมาตรา 37 ใช้กับคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนข้อห้ามหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ผลเสียไม่ได้เกิดเฉพาะกับทะเบียนบริษัท การใช้นอมินีทำให้รัฐไม่สามารถใช้กลไกกำกับการลงทุนต่างชาติได้ตามที่กฎหมายออกแบบไว้ ผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจอย่างถูกต้องต้องแข่งขันกับผู้ที่ลดต้นทุนด้วยการหลีกเลี่ยงกฎหมาย และในบางโครงสร้างยังเชื่อมโยงกับการถือครองอสังหาริมทรัพย์หรือการทำธุรกรรมที่สร้างผลกระทบต่อรายได้ภาษีและค่าธรรมเนียมของรัฐ

โทษจำคุกสูงสุด 3 ปีและค่าปรับสูงสุด 1 ล้านบาทไม่สัมพันธ์กับผลประโยชน์ของบางคดี

บทลงโทษปัจจุบันใช้เพดานเดียวกับความผิดที่มีขนาดทางเศรษฐกิจแตกต่างกันมาก บริษัทที่ใช้โครงสร้างอำพรางเพื่อเข้าถึงกิจการมูลค่าไม่สูงกับเครือข่ายที่ใช้บริษัทหลายสิบแห่งถือครองทรัพย์สินหรือประกอบธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านบาทอยู่ภายใต้เพดานค่าปรับตามมาตราเดียวกัน

ในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 เจ้าหน้าที่พบเครือข่ายสำนักงานกฎหมายและบัญชีที่เกี่ยวข้องกับบริษัทต้องสงสัยมากกว่า 60 บริษัท และมีพฤติการณ์ใช้ชื่อคนไทยเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อประกอบธุรกิจและถือครองอสังหาริมทรัพย์ DSI ระบุว่ารูปแบบธุรกรรมดังกล่าวทำให้รัฐสูญเสียภาษีและค่าธรรมเนียมจากการโอนอสังหาริมทรัพย์รวมเป็นมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี

เมื่อผลประโยชน์หรือมูลค่าทรัพย์สินที่เข้าถึงผ่านโครงสร้างผิดกฎหมายสูงกว่าค่าปรับสูงสุดหลายเท่า โทษปรับแบบเพดานคงที่ไม่สามารถสร้างแรงยับยั้งทางเศรษฐกิจได้เต็มที่ ผู้กระทำผิดสามารถประเมินโทษเป็นต้นทุนหนึ่งของธุรกิจแทนที่จะมองว่าเป็นความเสี่ยงที่รับไม่ได้

คดีจริงยังแสดงให้เห็นว่าการลงโทษต้องเข้มกว่าตัวเลขบนกระดาษ

คดีเดียวกัน ศาลอาญาพิพากษาจำคุกจำเลย 23 รายคนละ 10 ปี เมื่อจำเลยรับสารภาพ ศาลลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 5 ปี และให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี พร้อมปรับรายละ 200,000 บาท คุมความประพฤติ และสั่งให้จดทะเบียนเลิกบริษัท

ผลคดีดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าคดีนอมินีทุกคดีจะจบในลักษณะเดียวกัน แต่สะท้อนว่าการเพิ่มเพดานโทษจำคุกเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ต้นทุนของการกระทำผิดสูงขึ้นในทุกคดีโดยตรง หากรัฐต้องการให้การใช้นอมินีเป็นความเสี่ยงที่ผู้ประกอบการไม่กล้ารับ โทษจำคุกต้องเดินคู่กับโทษทางการเงินและมาตรการตัดผลประโยชน์จากการกระทำผิด

ผู้ลงทุนต่างชาติมีช่องทางเข้าถึงเศรษฐกิจไทยอย่างถูกต้องอยู่แล้ว

ประเทศไทยไม่ได้ปิดกั้นการลงทุนจากต่างประเทศ ระบบกฎหมายเปิดช่องทางให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจ ลงทุนในโรงงาน ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ถือครองที่ดินในกรณีที่กฎหมายอนุญาต และนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานผ่านหลายกลไก แต่แต่ละกลไกมีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ต่างกัน

Foreign Business License และ Foreign Business Certificate

ธุรกิจที่อยู่ภายใต้ข้อจำกัดของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวสามารถดำเนินการผ่าน Foreign Business License หรือ Foreign Business Certificate เมื่อกิจการและฐานกฎหมายของผู้ลงทุนเข้าเงื่อนไข การขออนุญาตทำให้รัฐเห็นโครงสร้างผู้ลงทุน ลักษณะธุรกิจ เงินทุน และผลต่อเศรษฐกิจไทยโดยตรง

BOI

กิจการที่อยู่ในข่ายการส่งเสริมการลงทุนสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สิทธิประโยชน์ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ โครงการ พื้นที่ และเงื่อนไขที่ได้รับอนุมัติ โดยระบบ BOI เชื่อมสิทธิที่ผู้ลงทุนได้รับกับการลงทุนจริง การใช้เทคโนโลยี การพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน การจ้างงาน หรือเงื่อนไขอื่นตามโครงการที่ได้รับส่งเสริม

นิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการเสรีของ กนอ.

ผู้ประกอบกิจการในนิคมอุตสาหกรรมสามารถใช้สิทธิภายใต้พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยตามประเภทพื้นที่และกิจการ เช่น สิทธิถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม สิทธินำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน และสิทธิในการโอนเงินตราต่างประเทศ ส่วนเขตประกอบการเสรีของ กนอ. (I-EA-T Free Zone) มีสิทธิทางภาษีและศุลกากรเพิ่มเติมตามกฎหมายและเงื่อนไขของ กนอ.

เขตปลอดอากรตามกฎหมายศุลกากร

เขตปลอดอากร (Customs Free Zone) ตามพระราชบัญญัติศุลกากรเป็นอีกระบบหนึ่ง แยกจาก I-EA-T Free Zone โดยสิทธิและการควบคุมผูกกับพื้นที่ ของที่นำเข้าไปหรือออกจากเขต และกระบวนการศุลกากรตามหมวด 6 ของพระราชบัญญัติศุลกากร ผู้ลงทุนที่ใช้ระบบนี้ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์การจัดตั้ง การประกอบกิจการ และการควบคุมของกรมศุลกากร

ใบอนุญาตเฉพาะตามประเภทกิจการ

กิจการหลายประเภทมีใบอนุญาตเฉพาะเพิ่มเติม เช่น โรงงาน การท่องเที่ยว โรงแรม การเงิน ประกันภัย โทรคมนาคม หรือกิจการอื่นที่มีกฎหมายกำกับเฉพาะ การมี BOI, อยู่ในนิคมอุตสาหกรรม หรือใช้ Free Zone ไม่ได้แทนใบอนุญาตทุกประเภท ผู้ลงทุนต้องจัดโครงสร้างให้ครบตามกฎหมายที่ใช้กับกิจการจริง

ในมุมของสำนักงาน ผู้ลงทุนต่างชาติต้องรับต้นทุนของการเข้าสู่ตลาดไทยอย่างถูกต้อง

กฎหมายไม่ได้มีหลักทั่วไปว่าคนต่างชาติต้องลงทุนมากกว่าคนไทยทุกกรณี แต่เมื่อคนต่างด้าวต้องการเข้าถึงธุรกิจที่กฎหมายจำกัด หรือต้องการสิทธิพิเศษที่กฎหมายจัดไว้ให้ผู้ลงทุนต่างชาติ การได้รับสิทธินั้นย่อมมาพร้อมเงินลงทุน เงื่อนไขโครงการ การจ้างงาน เทคโนโลยี สถานที่ประกอบการ การกำกับด้านภาษีและศุลกากร หรือข้อผูกพันอื่นตามระบบที่เลือกใช้

NATTAPHAK LAW FIRM เห็นว่าโครงสร้างนี้มีเหตุผลทางเศรษฐกิจ คนต่างชาติที่เข้ามารับประโยชน์จากตลาด โครงสร้างพื้นฐาน แรงงาน ทรัพยากร และสิทธิทางธุรกิจในประเทศไทยต้องเข้ามาผ่านช่องทางที่รัฐตรวจสอบได้ และต้องสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับสิทธิที่ได้รับ

ผู้ลงทุนที่ขอ Foreign Business License ลงทุนตามโครงการ BOI เข้าใช้พื้นที่ของ กนอ. หรือดำเนินการใน Free Zone ต้องใช้เงิน เวลา ทีมงาน และต้นทุนด้าน compliance จริง การใช้นอมินีเพื่อลดต้นทุนดังกล่าวเท่ากับให้ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายได้เปรียบผู้ลงทุนต่างชาติที่เคารพกติกา และได้เปรียบผู้ประกอบการไทยที่อยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ

นอมินีจึงเอาเปรียบทั้งผู้ประกอบการไทยและนักลงทุนต่างชาติที่ทำถูกกฎหมาย

การแข่งขันที่เป็นธรรมเกิดขึ้นได้เมื่อผู้ประกอบการแต่ละรายรับต้นทุนของกฎหมายตามสถานะของตน ผู้ประกอบการไทยใช้สิทธิในฐานะคนไทย นักลงทุนต่างชาติใช้สิทธิภายใต้ช่องทางที่กฎหมายเปิดให้ และผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษจากรัฐปฏิบัติตามเงื่อนไขของสิทธินั้น

นอมินีทำลายสมดุลนี้ เพราะทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติได้รับสถานะทางเศรษฐกิจเสมือนกิจการไทยโดยไม่ผ่านต้นทุนและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากบทลงโทษต่ำกว่าต้นทุนของการทำให้ถูกต้อง กฎหมายกลับสร้างแรงจูงใจผิดทาง คือทำให้การหลีกเลี่ยงกฎหมายมีต้นทุนต่ำกว่าการปฏิบัติตามกฎหมาย

เป้าหมายของการเพิ่มโทษจึงไม่ใช่ปิดกั้นเงินลงทุนจากต่างประเทศ แต่เป็นการทำให้เส้นทางที่ถูกกฎหมายเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลที่สุดตั้งแต่วันแรก

ความเห็นของ NATTAPHAK LAW FIRM เพิ่มโทษจนการใช้นอมินีไม่คุ้มอีกต่อไป

NATTAPHAK LAW FIRM เสนอให้การแก้ Foreign Business Act รอบต่อไปยกระดับบทลงโทษโดยผูกกับความร้ายแรงและผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของการกระทำ ไม่ใช้เพดานเดียวกับทุกคดี

ประเด็นกฎหมายปัจจุบันข้อเสนอของ NATTAPHAK LAW FIRM
โทษจำคุกจำคุกไม่เกิน 3 ปีเพิ่มระดับโทษจำคุกให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และกำหนดระดับโทษหนักขึ้นสำหรับคดีที่เป็นขบวนการ มีหลายบริษัท หรือเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินมูลค่าสูง
โทษปรับปรับ 100,000–1,000,000 บาทเพิ่มเพดานและเปิดให้โทษปรับสัมพันธ์กับมูลค่าธุรกรรม ทรัพย์สิน หรือประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จากการกระทำผิด
ผลประโยชน์จากการกระทำผิดForeign Business Act มีมาตรการสั่งเลิกการช่วยเหลือหรือเลิกประกอบธุรกิจ แต่ไม่ได้ออกแบบโทษทางเศรษฐกิจโดยอิงมูลค่าประโยชน์เป็นแกนเพิ่มกลไกตัดผลประโยชน์ เรียกคืน หรือใช้มาตรการต่อทรัพย์สินในกรณีที่กฎหมายรองรับ เพื่อไม่ให้ผู้กระทำผิดยังเก็บผลตอบแทนที่เกิดจากโครงสร้างนอมินีไว้ได้
ผู้จัดโครงสร้างเป็นเครือข่ายใช้บทความผิดทั่วไปตามบทบาทของผู้เกี่ยวข้องกำหนดระดับโทษที่หนักขึ้นสำหรับผู้ประกอบวิชาชีพ นายหน้า หรือผู้จัดหาโครงสร้างที่ทำเป็นระบบและเกี่ยวข้องกับนิติบุคคลจำนวนมาก
การฝ่าฝืนคำสั่งศาลมีโทษปรับรายวันเมื่อยังฝ่าฝืนคำสั่งศาลคงมาตรการปรับรายวันและเพิ่มผลทางกฎหมายสำหรับการฝ่าฝืนต่อเนื่องหรือการตั้งโครงสร้างใหม่เพื่อกลับมาทำธุรกิจเดิม

หลักที่สำนักงานเสนอมีเพียงข้อเดียว ผู้ประกอบการต้องไม่สามารถคำนวณได้ว่าการฝ่าฝืนกฎหมายถูกกว่าการทำให้ถูกต้อง หากกำไรจากธุรกิจหรือมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าค่าปรับหลายสิบเท่า โทษนั้นยังไม่ทำหน้าที่เป็นแรงยับยั้ง

เพิ่มโทษจำคุกต้องมาพร้อมการตัดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

คดีนอมินีเกิดจากแรงจูงใจทางเศรษฐกิจ บทลงโทษจึงต้องกระทบแรงจูงใจนั้นโดยตรง การเพิ่มโทษจำคุกทำให้ความผิดมีน้ำหนักมากขึ้น แต่โทษทางการเงินและมาตรการต่อทรัพย์สินทำให้ผู้กระทำผิดไม่สามารถรักษาผลตอบแทนที่ได้จากการฝ่าฝืนไว้ได้

การออกแบบโทษที่สัมพันธ์กับมูลค่าประโยชน์ยังแก้ปัญหาความไม่สมดุลระหว่างคดีขนาดเล็กกับคดีขนาดใหญ่ได้ดีกว่าเพดานค่าปรับตัวเลขเดียว เครือข่ายที่ใช้บริษัทหลายสิบแห่งหรือเข้าถึงอสังหาริมทรัพย์มูลค่าสูงต้องรับผลทางกฎหมายหนักกว่ากรณีที่มีขนาดและความเสียหายต่ำกว่าอย่างชัดเจน

เพิ่มโทษแล้วต้องแยก Genuine Joint Venture ออกจากนอมินีให้ชัด

การเพิ่มโทษอาญาต้องมาพร้อมการบังคับใช้ที่แม่นยำ บริษัทที่คนไทยถือหุ้น 51% และคนต่างชาติถือหุ้น 49% ไม่เป็นนอมินีจากตัวเลขหุ้นเพียงอย่างเดียว การร่วมทุนที่คนไทยนำเงินของตนเข้าลงทุน รับความเสี่ยง มีสิทธิออกเสียง รับเงินปันผล และมีสิทธิในกิจการจริงเป็นคนละกรณีกับการถือหุ้นแทน

การตรวจนอมินีต้องดูแหล่งเงินลงทุน (source of funds) ผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง (beneficial ownership) สิทธิออกเสียง สิทธิรับเงินปันผล ข้อตกลงซื้อคืนหรือโอนหุ้น หนังสือมอบอำนาจ เงินกู้ระหว่างผู้ถือหุ้น และอำนาจควบคุมกิจการจริงประกอบกัน

เมื่อบทลงโทษสูงขึ้น ความชัดเจนขององค์ประกอบความผิดยิ่งมีความสำคัญ เพราะกฎหมายต้องลงโทษผู้ที่ใช้นอมินีจริง ไม่ใช่สร้างความไม่แน่นอนให้กับ Joint Venture ที่มีการลงทุนและแบ่งสิทธิอย่างแท้จริง

สิ่งที่บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติต้องตรวจตั้งแต่ตอนนี้

  • แหล่งเงินของผู้ถือหุ้นไทยต้องสอดคล้องกับจำนวนเงินลงทุนและมีหลักฐานรองรับ
  • การชำระค่าหุ้นต้องเกิดขึ้นจริงและตรวจสอบเส้นทางเงินได้ โดยเฉพาะหลังมาตรการตรวจเข้มของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่มีผลตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2569
  • สิทธิออกเสียง เงินปันผล และความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต้องสอดคล้องกับสถานะผู้ถือหุ้นจริง
  • Shareholders’ Agreement, Loan Agreement, Power of Attorney และข้อตกลงโอนหุ้นต้องไม่สร้างผลให้ผู้ถือหุ้นไทยเหลือเพียงชื่อในทะเบียน
  • กิจการต้องตรวจ Foreign Business Act และใบอนุญาตเฉพาะก่อนเริ่มประกอบธุรกิจ
  • หากธุรกิจเข้าเกณฑ์ BOI, IEAT, I-EA-T Free Zone หรือ Customs Free Zone ให้ใช้สิทธิผ่านระบบนั้นตามเงื่อนไขแทนการสร้างโครงสร้างอำพราง

บทสรุป การทำให้ถูกต้องต้องคุ้มกว่าการเสี่ยงใช้นอมินี

NATTAPHAK LAW FIRM สนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่เข้ามาด้วยโครงสร้างโปร่งใส ลงทุนจริง และใช้ช่องทางที่กฎหมายเปิดไว้ ไม่ว่าจะเป็น Foreign Business License, Foreign Business Certificate, BOI, ระบบของการนิคมอุตสาหกรรม หรือระบบศุลกากรที่ใช้กับกิจการนั้น

ในทางกลับกัน ผู้ที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่อรับประโยชน์จากเศรษฐกิจไทยโดยหลีกเลี่ยงต้นทุนและเงื่อนไขของกฎหมายต้องเผชิญบทลงโทษที่สูงพอจนไม่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเหลืออยู่ นั่นคือระดับของแรงยับยั้งที่กฎหมายต้องสร้างให้ได้

การเพิ่มโทษนอมินีจึงไม่ได้ขัดกับนโยบายส่งเสริมการลงทุนต่างชาติ แต่ทำให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น นักลงทุนต่างชาติที่ทำถูกกฎหมายไม่ต้องแข่งขันกับผู้ที่ลดต้นทุนด้วยการหลีกเลี่ยงกฎหมาย และผู้ประกอบการไทยได้รับการคุ้มครองจากโครงสร้างที่ใช้อัตลักษณ์ไทยเป็นเพียงฉากบังหน้า

คำถามที่พบบ่อย

นอมินีตาม Foreign Business Act มีโทษเท่าไรในปัจจุบัน

มาตรา 36 และมาตรา 37 กำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกฎหมายมีมาตรการเกี่ยวกับการเลิกการช่วยเหลือหรือเลิกประกอบธุรกิจ รวมถึงโทษปรับรายวันหากฝ่าฝืนคำสั่งศาล

เหตุใด NATTAPHAK LAW FIRM จึงเสนอให้เพิ่มโทษนอมินี

เพราะโทษปัจจุบันไม่สัมพันธ์กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของคดีขนาดใหญ่บางประเภท หากผลตอบแทนจากการหลีกเลี่ยงกฎหมายสูงกว่าต้นทุนของการถูกลงโทษ บทลงโทษจะไม่สร้างแรงยับยั้งได้เต็มที่

ต่างชาติต้องลงทุนมากกว่าคนไทยตามกฎหมายทุกกรณีหรือไม่

ไม่มีกฎทั่วไปเช่นนั้น แต่เมื่อคนต่างด้าวต้องการประกอบธุรกิจที่ถูกจำกัดหรือใช้สิทธิพิเศษด้านการลงทุน ต้องปฏิบัติตามเงินลงทุน เงื่อนไขโครงการ ใบอนุญาต และข้อกำหนดของระบบที่ใช้ เช่น Foreign Business License, BOI หรือระบบของ กนอ. ตามกรณี

BOI, IEAT Free Zone และ Customs Free Zone เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช่ BOI เป็นระบบส่งเสริมการลงทุนตามโครงการ กนอ. กำกับนิคมอุตสาหกรรมและเขตประกอบการเสรีของ กนอ. ส่วน Customs Free Zone เป็นระบบเขตปลอดอากรตามกฎหมายศุลกากร สิทธิ เงื่อนไข และหน่วยงานกำกับแตกต่างกัน

บริษัทไทย 51% ต่างชาติ 49% เป็นนอมินีหรือไม่

ไม่เป็นนอมินีจากสัดส่วนหุ้นเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจว่าผู้ถือหุ้นไทยลงทุนจริง รับผลประโยชน์และความเสี่ยงจริง มีสิทธิออกเสียงจริง และไม่ได้ถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมาย

บริษัทที่มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นไทยและต่างชาติต้องตรวจอะไรเป็นอันดับแรก

ตรวจแหล่งเงินลงทุน การชำระค่าหุ้น สิทธิทางเศรษฐกิจ อำนาจควบคุม Shareholders’ Agreement เงินกู้ หนังสือมอบอำนาจ และใบอนุญาตที่กิจการต้องมี ให้เอกสารทั้งหมดสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของธุรกิจ

ติดต่อสำนักงาน

ต้องการคุยรายละเอียดเรื่องนี้กับทนายหรือไม่

ส่งข้อเท็จจริงและเอกสารหลักให้สำนักงานตรวจเบื้องต้น แล้วเราจะช่วยอธิบายขั้นตอนถัดไปที่เหมาะกับเรื่องของคุณ

แชร์

LINEGmail
กลับขึ้นด้านบน ↑

ภาพ 1 / 1